ประวัติความป็นมาของหมู่เกาะอ่างทอง

ประวัติความเป็นมาและรายละเอียดต่างๆของหมู่เกาะอ่างทอง

หมู่เกาะอ่างทอง (Mu Ko Ang Thong)

F ทะเล หนึ่งเดียวในอ่าวไทย 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทยท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากเกาะสมุยและเกาะพะงันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ประมาณ 40 เกาะ ตามเกาะต่างๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ หรือ 102 ตารางกิโลเมตร 
บริเวณหมู่เกาะอ่างทองแต่เดิมเป็นพื้นที่หวงห้ามของกองทัพเรือซึ่งมีโครงการจะสร้างฐานทัพเรือเพื่อควบคุมความปลอดภัยของประเทศทางด้านอ่าวไทย แต่ด้วยมีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น นกนานาชนิด และแนวปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2518 นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ตรี กองอุทยานแห่งชาติ ได้เขียนบทความสารคดีเรื่อง หมู่เกาะอ่างทอง อุทยานแห่งชาติทางทะเลซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน 2518 สรุปสาระสำคัญว่า ควรจัดหมู่เกาะอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ประกอบกับกองอุทยานแห่งชาติได้มีโครงการอยู่แล้วเช่นกัน และคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดหมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง 
 ในปี พ.ศ. 2518 กองอุทยานแห่งชาติ ได้มีบันทึกที่ กส.0708/915 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2518 เสนอกรมป่าไม้ ให้นายสมบูรณ์ วงศ์ภักดี นักวิชาการป่าไม้ตรี ไปทำการสำรวจ ปรากฏว่า หมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยเกาะประมาณ 40 เกาะ มีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น และนกนานาชนิด ปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด กรมป่าไม้จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2519 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2519 ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่เกาะอ่างทองกับกระทรวงกลาโหม และทำการตรวจสอบที่ดินบริเวณดังกล่าว กองอุทยานแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ กส.0708/1613 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2519 เสนอกรมป่าไม้ให้ นายสินไชย บูรณะเรข นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปดำเนินการตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และกระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือที่ กห. 0352 / 26927 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2519 ไม่ขัดข้องในการที่กรมป่าไม้จะกำหนดหมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติ
กรมป่าไม้จึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2520 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2520 เห็นชอบให้กำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติได้ ทั้งทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีหนังสือที่ สฎ.25/21994 ลงวันที่ 18 เมษายน 2520 ให้การสนับสนุนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณหมู่เกาะอ่างทองในท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมเนื้อที่ 102 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 174 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2523 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 21 ของประเทศไทย 


F ขนาดพื้นที่
          63750.00 ไร่

F ลักษณะภูมิประเทศ 
          ประกอบด้วยหมู่เกาะต่างๆ 42 เกาะ มีเกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะผี เกาะวัวกันตัง เกาะแปยัด เกาะวัวเตะ เกาะนายพุด เกาะช้างโทรม เกาะหนุมาน เกาะท้ายเพลา เกาะหัวกล้อง และเกาะโคนบาน เป็นต้น สภาพของเกาะส่วนมากเป็นเขาหินปูนเกือบทั้งหมดมีความสูงจาก 
ระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 10 เมตร จนถึง 400 เมตร ลักษณะของเกาะที่เป็นโครงสร้างของหินปูนจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอย่างรุนแรง รวมทั้งการกร่อนทางกายภาพและดินฟ้าอากาศ ทำให้เกิดถ้ำและหน้าผา ทำให้รูปร่างของเกาะมีลักษณะแปลกๆ เกิดขึ้น เช่น บางแห่งคล้ายกับปราสาทหินพิมายหรือนครวัดอันเก่าแก่ 

F ลักษณะภูมิอากาศ
มีลมมรสุมพัดผ่านทำให้ฝนตกชุก คลื่นพายุรุนแรง ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส ฉะนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สิงหาคม สภาพอากาศถึงแม้จะค่อนข้างร้อนแต่ไม่อบอ้าวทั้งนี้ เพราะเป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะแก่การเดินเรือที่สุด

F พืชพันธุ์และสัตว์ป่า
1. กล้วยไม้รองเท้านารีช่องอ่างทอง เป็นพันธุ์พืชที่มีแหล่งกำเนิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จะพบตามซอกหินและพื้นดิน บริเวณเกาะวัวตาหลับ เกาะสามเส้า เกาะผี ลักษณะดอกตั้งตรง ก้านดอกสีเขียวมีขนปกคลุม กลีบดอกสีขาวประจุดสีแดงเข้ม
2.นกแก๊ก พบได้บริเวณเกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ จะหากินเป็นคู่ๆ ลำตัวสีดำ ท้องสีขาว 
3. ค่างแว่นถิ่นใต้ เป็นสัตว์ป่าที่หาได้ยาก พบได้เฉพาะที่เกาะวัวตาหลับ อาศัยเป็นฝูง เมื่อเริ่มเกิดใหม่จะมีขนสีทอง อายุประมาณ 2 เดือน จะเปลี่ยนขนเป็นสีน้ำตาลแกมดำ บริเวณหัวมีขนยาวสีเทาอ่อนหางมีสีน้ำเงิน มือเท้ามีสีดำ รอบตาด้านนอกและปากมีสีขาว มีอายุประมาณ 10 ปี ออกลูกครั้งละ 1 ตัวตั้งท้องประมาณ 140-150 วัน 
4. สัตว์น้ำ พบในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองในแหล่งหญ้าทะเล และในแนวปะการัง เช่น ปลากระเบน ปะการัง ปลากะพง ปลาสลิดหิน ปลาเก๋า ปลาทู หมึก กุ้ง หอย และปูม้า 
5. ปะการัง พบว่าแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะอ่างทองมีความสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ อันจะเกิดจากปริมาณตะกอนและอิทธิพลคลื่นมรสุม โดยแนวปะการังด้านที่ได้รับลมจะมีเปอร์เซ็นต์ปกคลุมพื้นที่ของปะการังแข็งสูง ส่วนเปอร์เซ็นต์ปกคลุมพื้นที่ของปะการังตายและสิ่งมีชีวิตมีน้อย ส่วนแนวปะการังด้านที่อับลมจะมีลักษณะตรงกันข้าม แต่ลักษณะปะการังที่เป็น Per-Dominant คล้ายคลึงกันโดยพบพวก Porites lutea และ Goniopora djibouteonsis 
F การเดินทาง
การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง สามารถเดินทางโดยเรือนำเที่ยวจากท่าเรือบ่อผุดหรือจากท่าเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ออกเดินทางทุกวันเวลา 08.30 น. ถึงหมู่เกาะอ่างทองเวลา 10.30 น. และกลับถึงท่าเรือหน้าทอนหรือท่าเรือ บ่อผุดประมาณ 17.00 น. ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร




สถานที่ท่องเที่ยว 
J เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง มีหาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหามุมสงบสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อยู่บริเวณด้านทิศเหนือของหมู่เกาะอ่างทอง เกาะท้ายเพลาเป็นจุดที่มีปะการังน้ำตื้นสวยที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง 

 
J ถ้ำบัวโบก เกาะวัวตาหลับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
J เกาะหินตั้ง

 
J เกาะสามเส้า ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะแม่เกาะ บริเวณรอบเกาะมีสภาพใต้น้ำเป็นปะการังและดอกไม้ทะเลสวยงามมาก และยังมีสะพานหินธรรมชาติยื่นโค้งออกไปในทะเลจากตัวเกาะสามเส้า จะมองเห็นปะติมากธรรมธรรมชาติคล้ายปราสาทหินพิมายตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้ามีกางเต็นท์ 8 คนให้บริการ
Jเกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและยาวที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงาม เหมาะสำหรับเล่นน้ำและดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น
J หาดหน้าทับ-ถ้ำร้าง อยู่ที่เกาะแม่เกาะเหมาะสำหรับพายเรือแคนูและเล่นน้ำ สามารถพายเรือแคนูไปยังหาดหน้าทะเลในได้ และชมสภาพทิวทัศน์ที่สวยงามของเกาะต่างๆ ได้ ลักษณะการท่องเที่ยวและจุดที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
J เกาะนอแรด
J จุดชมวิวผาจันทร์ ณ หาดอ่าวคา เกาะวัวตาสามารถเดินขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางประมาณ 500 เมตร จะพบกับทัศนียภาพรอบๆ เกาะงดงาม สามารถมองเห็นหมู่เกาะที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีครามด้วยรูปร่างลักษณะต่างๆ แปลกตาแวดล้อมไปด้วยปะการังหาดทรายและโขดหิน
J จุดชมวิวผาจันทร์จรัส (เกาะวัวตาหลับ) สามารถเดินขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางประมาณ 500 เมตร จะพบกับทัศนียภาพรอบๆ เกาะงดงาม สามารถมองเห็นหมู่เกาะที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีครามด้วยรูปร่างลักษณะต่างๆ
J ทะเลใน (เกาะแม่เกาะ) โดยนั่งเรือยนต์จากที่ทำการไปประมาณ 15 นาที ทางอุทยานฯ ทำทางเดินเลียนแบบธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เสริมแต่ง ด้วยไม้ลดเลี้ยวไปตามหลืบหิน ลดหลั่นลงไป ก่อความเพลิดเพลินในการเดินทางไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย พื้นที่ทะเลในมีเนื้อที่ประมาณ 41 ไร่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 250 เมตร ยาว 350 เมตร ลึกประมาณ 7 เมตร ล้อมรอบด้วยโขดเขาแมกไม้ปกคลุม เป็นแหล่งอาศัยของนกเงือก ปลาทะเล น้ำนิ่งใสสงบราวกระจกสีมรกต เป็นความงามที่ธรรมชาติซ่อนเร้นไว้กลางหุบเขา เพื่อรอผู้เห็นคุณค่าความสุนทรีที่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม อยากจะเรียกว่าความสวยงามแบบที่ผสมกลมกลืนกันอย่างน่าพิศวง เพราะโขดหินแต่ละก้อนแข็งแกร่งนัก แต่ยังมีพันธุ์ไม้เล็กๆ บอบบางขึ้นแซมออกดอกชูกิ่งไหวตามสายลม

***ขอขอบพระคุณข้อมูลดีจากhttp://www.samuileisure.com/travel/view_detail.asp?code=36


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น